เวนเกอร์ เตือนแฟนสเปอร์สคิดให้ดีก่อนร้องหากุนซือใหม่แทนพอช

ถ้าเปรียบสโมสรฟุตบอลเป็นดังเรือเดินสมุทร เวลานี้สเปอร์สก็คงกำลังเหมือนเรือที่กำลังโต้คลื่นลมมรสุมอยู่อย่างหนัก ทว่าความโหดร้ายที่หนักหนากว่าคือแฟนบอลทั้งหลายของไก่เดือยทองชักไม่เชื่อมืออีกแล้วว่าเมาริซิโอ โปรเชตติโน่จะพาสโมสรผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ จนมีข่าวว่ากุนซือคนนั้นคนนี้จะมาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมแทนอยู่ตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อนถึงอดีตกุนซือคู่ปรับอย่างอาร์แซน เวนเกอร์ต้องออกมาเทศนาแฟนบอลสเปอร์สว่าให้คิดดีๆว่าการขับไล่เทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์ออกไปจะช่วยให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้งจริงหรือ? “ สเปอร์สมาไกลมาก พวกเค้าเป็นคู่แข่งกับอาร์เซนอลมานาน แถมผลงานในช่วง2-3ปีหลังพวกเค้า(สเปอร์ส)มีความคงเส้นคงวากว่าด้วยซ้ำ นั่นเป็นเครดิตของโปรเชตติโน่โดยตรง แต่พอตอนนี้ทีมเริ่มได้ผลการแข่งขันแย่ๆเพียงไม่กี่เกม แฟนบอลก็เริ่มโจมตีเค้าอย่างไร้เหตุผล ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าจะยังแฮปปี้ไหม?เพราะด้วยฝีมือระดับเค้าจะไปรับงานที่ไหนก็ได้ เค้ามีข่าวกับทีมใหญ่ๆอย่างแมนยูฯและรีล มาดริด ในทางกลับกันผมไม่มั่นใจเลยว่าถ้าสเปอร์สเป็นกุนซือตอนนี้ใครคนนั้นจะพาทีมจบท็อปโฟร์ได้เหมือนที่แล้วๆมาหรือเปล่า ” อาร์แซน เวนเกอร์ตั้งคำถาม สเปอร์สอาจเข้าสู่วังวนที่อาร์เซนอลประสบ เวนเกอร์ เปรียบเทียบ อาร์แซน เวนเกอร์ผู้ซึ่งเคยประสบความสำเร็จกับอาร์เซนอลมาอย่างยิ่งใหญ่ ก็เคยมีชะตากรรมที่โดนแฟนบอลปืนใหญ่โห่ไล่กับผลงานในช่วงท้ายจนทำให้ประกาศวางมือในปี2018 “ มันอาจจะเกี่ยวกับยุคนี้คำวิจารณ์มันมาจากรอบทิศทางนะ เมื่อก่อนคุณจะรู้ว่าแฟนบอลคิดยังไงจากป้ายผ้าในสนาม แต่เดี๋ยวนี้แค่คุณหยิบมือถือขึ้นมาทุกคำด่าก็ถาโถมใส่คุณแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมต้องรับมือ มันบั่นทอนจิตใจคุณได้ทั้งๆที่บางทีเมื่อไม่กี่เดือนก่อนแฟนบอลเหล่านั้นยังเพิ่งเฉลิมฉลองกับเราอยู่เลย ” “ ตอนผมคุมอาร์เซนอลผมพาทีมไปเตะยูซีแอลได้ต่อเนื่อง(20ปี)แต่พอปีที่เราไม่ได้ไปถ้อยคำวิจารณ์ต่างๆก็กระหน่ำเข้ามา มันสะท้อนว่าแฟนบอลมีอารมณ์ร่วมกับผลการแข่งขันจนบางทีเค้าไม่ได้มองภาพรวม แล้วมันยิ่งตลกที่วันนี้แฟนบอลเหล่านั้นใจจดใจจ่อกับอีแค่การจะได้กลับไปเล่นยูซีแอลอีกซักครั้ง ซึ่งถ้าหากโปรเช็ตติโน่ลาออกไปละก็ ซักพักแฟนบอลสเปอร์สก็อาจประสบชะตากรรมเดียวกัน ” เวนเกอร์วัย69ปีกล่าวรำพึง  

Read More

ผี จองเตียงเพิ่มป๊อกบาเดี้ยงเพิ่มอีกรายหลังเกมเจ๊าปืนใหญ่

น่าเห็นใจเหลือเกินสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ก่อนหน้านี้ลิสต์ผู้เล่นบาดเจ็บของพวกเค้าก็ยืดยาวเป็นหางว่าวอยู่แล้ว ทว่าให้หลังจากที่พวกเค้าเก็บหนึ่งแต้มจากเกมเสมออาร์เซนอลมา1-1 ป๊อกบาได้แจ้งกับทีมแพทย์ของปีศาจแดงว่ามีอาการบาดเจ็บที่บริเวณข้อเท้าซ้ำสองและจะไม่สามารถลงสนามช่วยทีมอีกราย โอเล่ กุนน่า โซลชายังไม่สามารถใช้งานลุค ชอร์,อังเกล โกเมส,ดีเอโก้ ดาโล่,มาร์คัส แรฟฟอร์ด,อองโตนี่ มาร์กซิยาล,ฟิล โจนส์ และล่าสุดก็ยังมาเพิ่มปอล ป๊อกบาไปอีกคน ทั้งๆที่เวลานี้ปีศาจแดงกำลังมีเกมยูโรป้าลีกกลางสัปดาห์ และเกมพรีเมียร์ลีกในช่วงมิดวีกรออยู่ ซึ่งถือว่าเสียหายเนื่องจากกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสนั้นเปรียบเสมือนจอมทัพคนเดียวทีเหลืออยู่ของทีม ในขณะที่ตัวสำรองอย่างเฟร็ด หรือสกอตต์ แม็คโทมิเน่ย์ก็ยังไม่สามารถทดแทนการขาดหายไปของป๊อกบาได้ แถมช่วงนี้ผลงานของทีมก็ยังลุ่มๆดอนๆจนขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมอย่างโซลชาก็ชักจะไม่แข็งแรงอีกต่างหาก ทำให้แฟนบอลแมนยูฯต่างเป็นกังวลว่าทีมรักของพวกเค้าจะเอาตัวไม่รอด โซลชาดิ้นอีกเฮือกเล็งเปลี่ยนทีมกายภาพหลังแข้ง ผี เจ็บซ้ำซาก และด้วยสภาพทีมที่ค่อนข้างพิการของแมนยูฯก็ทำให้โอเล่ กุนน่า โซลชาคิดที่จะเปลี่ยนแปลงในส่วนของทีมงานนักกายภาพ โดยหวังจะดึงตัวทิม วิลเลี่ยมสันส์นักกายภาพมือทองที่ควบงานทั้งกับเซลติกและทีมชาติสก็อตแลนด์มาช่วยงาน เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่าในส่วนของงานทีมแพทย์และกายภาพของโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดชุดปัจจุบันยังทำงานได้ไม่ดีพอนั่นเอง ในเวลานี้นอกจากตัวผู้เล่นบาดเจ็บที่ไม่เป็นใจแล้วสถานการณ์ความมั่นคงของโอเล่ กุนน่า โซลชาก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถาม หลังจากที่เพิ่งจะพาอสูรแดงเก็บชัยชนะได้เพียงสองเกมนับตั้งแต่พรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาลมาซึ่งถือว่าผลงานต่ำกว่าที่หลายๆคนคาดไว้ ซ้ำรายกว่าผลการแข่งขันที่ไม่เข้าเป้าก็ยังเป็นเรื่องของรูปแบบการเล่นที่ต้องบอกว่ายังไม่ลงตัวอย่างแรง เมื่อกุนซือชาวนอร์เวย์ตัดสินใจปล่อยตัวดาวยิงอย่างโรเมลู ลูกากู และอเล็กซิส ซานเชสออกจากทีมไป แต่หันมาพึ่งพามาร์คัช แรชฟอร์ดแต่เพียงผู้เดียว แต่ดาวยิงทีมชาติอังกฤษเองก็ดูจะไม่สามารถแบกรับภาระตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเจ้าตัวไม่สามารถสร้างความอันตรายในพื้นที่สุดท้ายได้เลย แต่กลับชอบลงมาล้วงบอลต่ำเพื่อเอาบอลไปเล่นเอง ซึ่งก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำประสิทธิภาพในเกมรุกของแมนยูฯขาดความต่อเนื่องในปีนี้  

Read More

โปรเชตติโน่ ลือหนักมากอาจรับข้อเสนอคุมราชันย์ชุดขาวซีซั่นหน้า

หลังจากที่ซีซั่นนี้รีล มาดริดต้องเผชิญกับวิกฤตหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่นที่ไม่แน่นอน และรอยร้าวระหว่างซีนาดีน ซีดาน และแกเร็ธ เบลซึ่งทั้งหมดทั้งมวลทำให้แฟนบอลชุดขาวเริ่มไม่มีความสุขกับการทำงานของกุนซือซีนาดีน ซีดาน กระทั่งเริ่มมีกระแสขับไล่ผู้จัดการทีมมาเป็นระยะ จนฟรอเรนติโน่ เปเรซตั้งเป้าที่จะเริ่มมองหาเทรนเนอร์คนใหม่และหวยก็มาออกที่เมาริซิโอ โปรเชตติโน่กุนซือมือทองของสเปอร์สนั่นเอง ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับผลงานของสเปอร์สในซีซั่นนี้ก็ลุ่มๆดอนๆไม่แพ้กันจนทางด้านเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ก็ชักท้อแท้กับผลงานลูกทีมเช่นกัน เนื่องจากพวกเค้าก็มีสภาพทีมที่สมบูรณ์ดี แฮรี่ เคนกองหน้าตัวเก่งก็ยังฟิตแต่ปรากฎว่าสามเกมมาแล้วที่พวกเค้าไม่ชนะใครเลยในทุกรายการ แต่แผลที่ดูจะสดกว่าเพื่อนก็คงจะเป็นการพลาดท่าตกรอบคาราบาวคัพด้วยเงื้อมมือของทีมระดับลีกทูอย่างโคลเชสเตอร์ จึงทำให้มีข่าวลือมาเช่นกันว่ากุนซือชาวอาร์เจนไตน์อาจโบกมืองานแดนผู้ดีเพื่อรับไม้ผลัดต่อจากซีนาดีน ซีดานโดยอาจจะเริ่มงานกันในซีซั่นหน้า(2020) คลินส์มันน์โผล่ตัวเต็งเสียบเก้าอี้ไก่หาก โปรเชตติโน่ โบกมือลา    ทันทีที่ข่าวเก้าอี้ร้อนของสเปอร์สเริ่มระบือออกไป ก็นำพาให้ชื่อเจอร์เกน คลินส์มันน์อดีตดาวยิงขวัญใจของชาวไก่เดือยทองในยุค90โผล่ขึ้นมาเป็นตัวเต็งกุนซือคนใหม่ทันที โดยกุนซือชาวเยอรมันเองก็ดูเหมือนจะสนใจทำทีมในพรีเมียร์ลีกเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าบารมีของ “ เจ้าฉลามขาว ”(ฉายาสมัยค้าแข้งของคลินส์มันน์)ก็จะทำให้แฟนบอลสเปอร์สพึงพอใจเนื่องจากคลินส์มันน์เคยโชว์ผลงานขั้นเทพไวกับทีมเมื่อช่วงซีซั่น1994/95 และกุนซือชาวเยอรมันมีโอกาสที่จะทำให้เกมรุกของสเปอร์สเพิ่มความวูบวาบขึ้นได้อย่างแน่นอน เนื่องจากผลงานเกมรุกในซีซั่นนี้ดูจะฝืดลงไป อย่างไรก็ตามเจอร์เกน คลินส์มันน์นั้นไม่มีประสบการณ์ในการเป็นกุนซือมากนัก เพราะเจ้าตัวถนัดกับงานในระดับทีมชาติเสียมากกว่า โดยเคยทำทีมชาติเยอรมันในช่วงปี2004-2006 และทีมชาติสหรัฐอเมริกาในปี2011-2016 ส่วนประสบการคุมสโมสรคลินส์มันน์เคยรับงานคุมเสือใต้ในปี2008-2009ซึ่งในปีนั้นเค้าทำบาเยิร์น มิวนิคชวดแชมป์บุนเดสลีก้าไปอย่างสุดเซอร์ไพรซ์(ปีนั้นโวล์ฟบวร์กได้แชมป์) และที่สำคัญคือ คลินส์มันน์วัย55ปีไม่ได้รับงานคุมใดๆมาเลยนับตั้งแต่แยกทางกับทีมชาติสหรัฐฯในปี2016  

Read More

หงส์เเดง ยังหนุนโรเบิร์ตสันคล็อปป์ชี้ต้องรวมใจก่อนดวลเชลซี

ให้หลังความพ่ายแพ้ต่อนาโปลีในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก0-2 ซึ่งนอกจากจะเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแล้วยังทำให้แอนดรู โรเบิร์ตสันแบ๊คซ้ายขวัญใจคนเดิมถูกตำหนิอย่างแรง จนถึงขนาดทำให้ดาวเตะทีมชาติสก็อตแลนด์ต้องปิดแอคเค้าท์ทวิตเตอร์เพื่อหนีห่างคำติเตียนของแฟนบอล ซึ่งเจอร์เกน คล็อปป์นายใหญ่หงส์แดงต้องออกมาช่วยสยบเสียงก่นด่าของชาวเดอะค็อปอีกแรงเพื่อหวังให้ลิเวอร์พูลกลับมามีสมาธิในการรับมือกับเชลซี “ พวกเราทำได้ดีมาตลอดนับตั้งแต่เปิดซีซั่นใหม่ และความพ่ายแพ้กลายเป็นเรื่องใหญ่มากๆสำหรับบางคน บางทีเค้าอาจจะลืมว่าลิเวอร์พูลก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมกีฬาซึ่งเราแพ้ได้ ผู้เล่นที่เก่งแค่ไหนก็ตามย่อมมีวันที่เลวร้ายได้เช่นกัน แม้จะเป็นแอนดรู โรเบิร์ตสันผู้เล่นที่คงเส้นคงวาที่สุดของเราก็ตาม ผมบอกได้แค่ว่ามันไม่เปลี่ยนมุมมองที่ผมมีต่อเค้า(โรเบิร์ตสัน) เค้ายังเป็นคนสำคัญและเราต้องพึ่งพาเค้าในเกมกับเชลซี ” อดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์กล่าวให้กำลังใจโรเบิร์ตสัน คาราเกอร์อดีตเเนวรับ หงส์เเดง หนุนคล็อปป์ฝันแชมป์พรีเมียร์ต้องเอาชัยเหนือสิงห์ให้ได้ เจมี่ คาราเกอร์อดีตแนวรับของลิเวอร์พูลก็เป็นอีกหนึ่งเสียงที่หนุนให้ผู้เล่นหงส์แดงลืมฝันร้ายกับนาโปลีแล้วกลับมาทวงชัยชนะเหนือเชลซีให้จงได้ “ มันไม่ใช่ฟอร์มที่ย่ำแย่อะไรนะสำหรับการแพ้นาโปลี ผมเห็นด้วยที่ไม่ควรขยายความมันด้วยการหาคนผิด และช่องว่างห้าคะแนนเหนือแมนฯซิตี้ก็สำคัญมากๆ เรามีประสบการณ์มาแล้วจากปีก่อน ลิเวอร์พูลจะหวังแค่แต้มเดียวจากเชลซีไม่ได้หากเราบอกกับตัวเองว่าเราต้องการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฉะนั้นประเด็นเรื่องว่าโรเบิร์ตสันมันไม่ควรเสียเวลาตั้งคำถามกันอีกแล้ว แต่เราควรถามตัวเองว่าจะเล่นกับเชลซียังไงมากกว่า? ” “ ซีซั่นที่แล้วเราแพ้ทั้งฤดูกาลแค่นัดเดียว แต่การไปเยือนทีมหัวตารางเราก็ชนะเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น(บุกชนะสเปอร์ส2-1) แล้วก็อย่างที่เราได้เห็นกันซิตี้แซงกลับมาได้ ฉะนั้นในช่วงสำคัญแบบนี้เราต้องเอาสามแต้มจากเชลซีสถานเดียว มองในแง่ดีเราอยู่ในสถานการณ์ที่ดี เราไม่ต้องกดดันตัวเองเพียงแค่เล่นเหมือนที่แล้วๆมาและอย่าพลาดง่ายแค่นั้นเราก็มีโอกาสได้ผลการแข่งขันที่ต้องการแล้ว และถ้ามันเป็นเช่นนั้นมันจะกลายเป็นการโยนความกดดันกลับไปให้กวาร์ดิโอล่า(กุนซือแมนฯซิตี้)แทน ” คาราเกอร์วัย41ปีพูดปลุกระดมทีมรัก

Read More

ผีเเดง ชิลแล้ว!เดเคอายืดสัญญายาว4ปีค่าแรง350,000ปอนด์ต่อวีก

  ปอล ป็อกบาอาจเป็นสตาร์ลูกหนังแห่งยุค ทว่ากองกลางเลือดน้ำหอมก็อาจเรียกได้ไม่เต็มปากว่าเป็นขวัญใจของพลพรรคปีศาจแดงเพราะระยะหลังฟอร์มการเล่นดูจะหล่นหายไปมากเมื่อมีข่าวว่าจะย้ายไปที่นั่นที่นี่ตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็ทำให้เหลือเพียงดาบิด เด เคอาเท่านั้นที่พอจะมีลุ้นครองใจเหล่าแฟนบอล ยิ่งล่าสุดมือกาวชาวสเปนได้ปลงใจต่อสัญญาฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อย ก็ยิ่งทำให้เด เคอาจะจะอยู่เป็นขวัญใจในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดไปจนถึงปี2023เลยทีเดียว  ดาบิด เด เคอาเป็นนายทวารที่ได้การอุ้มชูมาตั้งแต่ยุคของกุนซืออย่างเซอร์ อเล็ก เฟอกูสัน แม้ภายหลังหมดยุคของเฟอกี้ปีศาจแดงจะไม่แจ่มเหมือนก่อน แต่ก็ยังได้อานิสสงส์จากความหนึบของเด เคอานี่ละที่ช่วยเซฟสกอร์ให้ทีมมาโดยตลอด ด้วยผลงานที่ประจักษ์ต่อทุกฝ่ายก็ทำให้บอร์ดบริหารของปีศาจแดงยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้ผู้รักษาประตูวัย28ปีถึงวีกละ350,000ปอนด์ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดของปีศาจแดง(ไม่นับอเล็กซิส ซานเชสที่รับ500,000ปอนด์/วีกเนื่องจากปล่อยยืมตัวออกไป) เดเคอาโกล ผีเเดง ปลื้มใจอยู่ยาวจนได้เป็นพี่ใหญ่หวังพาทีมคว้าแชมป์ให้มาก    นับแต่ย้ายมาเป็นผู้รักษาประตูให้แมนยูในปี2011 ดาบิด เด เคอาก็ยึดตำแหน่งมือหนึ่งของทีมมาโดยตลอด และเคยสวมปลอกแขนเป็นกัปตันกับปีศาจแดงมาแล้ว “ ผมอยู่กับทีมมานาน ผ่านช่วงเวลาต่างๆผ่านการทำงานกับผู้จัดการทีมหลายคน มันเป็นประสบการณ์เหลือเชื่อที่ผมได้ลงเล่นกับทีมมาถึงแปดซีซั่น และมันชัดเจนว่าผมจะทำหน้าที่ผมของผมต่อไป ยูไนเต็ดยังมีภารกิจที่จะต้องคว้าแชมป์ซึ่งผมก็เฝ้ารอวันนั้นเช่นกัน ” อดีตนายประตูตราหมี(แอตเลติโก้ มาดริด)กล่าวอย่างมุ่งมั่น “ ผมมาที่นี่ตั้งแต่ยังเป็นน้องใหม่ จนวันนี้ผมแทบจะกลายเป็นรุ่นพี่ในห้องแต่งตัวแล้ว ยิ่งปีนี้เราให้โอกาสดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ขึ้นมามากขึ้น ผมยิ่งอยากช่วยเหลือพวกเค้า(รุ่นน้อง)ให้มากที่สุด มันเป็นเรื่องยอดเยี่ยมอยู่แล้วสำหรับการได้รับใช้ยูไนเต็ดทีมที่มีดีกรีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสูงสุด(13สมัย)เราต้องใช้สิ่งเหล่านี้เป็นแรงจูงใจยามลงสนาม นั่นคือขนบปฏิบัติของการเป็นนักเตะที่นี่ เราต้องมั่นใจและไม่ยอมแพ้ ยิ่งเวลาได้ยินเสียงเชียร์จากแฟนบอลเดนตายคุณจะยิ่งฮึกเหิมกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้คือสเน่ห์ที่ผมสัมผัสได้จากการเป็นผู้เล่นยูไนเต็ด ”  

Read More

เมสซี่ มีวันนี้เพราะพี่ให้มาราโดน่าเผยติวยิงฟรีคิ๊กด้วยตัวเอง

ในโลกลูกหนังยุค4Gคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักลีโอแนล เมสซี่แนวรุกตัวเก่งของบาเซโลน่า ด้วยความครบเครื่องไม่ว่าจะเลี้ยงหลบ,สัมผัสบอล,เปิดบอล,ยิงประตู หรือแม้แต่ซัดลูกตั้งเตะ ทว่าอยู่ๆดีเอโก้ มาราโดน่าอดีตกุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ได้ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ว่าแท้ที่จริงแล้วเมสซี่ไม่มีความมั่นใจในการยิงฟรีคิ๊กเอาเสียเลย แต่มาราโดน่าได้ให้คำแนะนำไปตับใหญ่จนทำให้ดาวเตะร่างเล็กสามารถยิงฟรีคิ๊กได้แม่นยำราวจับวางดังเช่นทุกวันนี้ ดีเอโก้ มาราโดน่าเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนติน่าในช่วงทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก2010 ซึ่งเวลานั้นลีโอแนล เมสซี่ก็เป็นหนึ่งในขุนพลทัพฟ้าขาว ซึ่งเสือใต้พบว่ากองหน้าเจ้าบุญทุ่มนั้นไม่มีความมั่นใจในการยิงลูกฟรีคิ๊ก จนต้องเรียกมาซ้อมพิเศษแบบตัวต่อตัว “ ในตอนนั้นเมสซี่คว้าแชมป์ในยุโรปมาแล้วมากมาย แต่เราก็ยังรู้สึกว่าเค้ายังจัดการเรื่องการยิงฟรีคิ๊กได้ไม่ดีนัก ผมและทีมสตาฟฟ์จึงเรียกให้เค้าซ้อมต่อ ยามที่ทีมเลิกซ้อมใหญ่แล้ว ” มาราโดน่ารำลึกความหลัง มาราโดน่าชู เมสซี่ เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ยิ่งซ้อมหนักก็ยิ่งไปไกล ปัจจุบันดีเอโก้ มาราโดน่ารับงานกุนซือกับสโมสรกิมนาเซีย ลา พลาต้าในบ้านเกิด(ลีกอาร์เจนติน่า)ได้เล่าเพิ่มเติมว่าเมสซี่สามารถพัฒนาความเก่งได้โดยที่ตนไม่ต้องบอกว่าต้องทำยังไงด้วยซ้ำ “ เมสซี่ไม่ต้องให้ผมเตะให้ดูหรอก เราแค่เติมความมั่นใจเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ผมบอกเค้าว่าให้โฟกัสสัมผัสที่กลางลูกบอล เค้ายังเถียงผมด้วยซ้ำว่าเค้าก็ทำอยู่นี่ไง ผมก็บอกเค้าว่างั้นก็ทำต่อไป ซึ่งอีกไม่กี่ลูกต่อมาเค้าก็เริ่มซัดบอลไปชนคานได้สำเร็จ ” “ ทุกวันนี้เมสซี่ทำได้สมบูรณ์แบบแล้ว มันก็ทำให้ผมมีความทรงจำเล็กๆที่น่าประทับใจ การได้ร่วมงานกับนักเตะที่ดีที่สุดในโลกมันย่อมเป็นประสบการณ์ที่ดีแน่นอน ไม่ว่าจะในฐานะโค้ช หรือผู้เล่น ผมยังอดคิดไม่ได้เลยถ้าผมได้เล่นในสนามกับเค้าซักครั้งมันคงจะวิเศษมากขนาดไหน ” มาราโดน่าเผยถึงความผิดหวังเล็กๆ ทั้งลีโอแนล เมสซี่ และดีเอโก้ มาราโดน่าต่างมีความยอมรับนับถือในกันและกันมาโดยตลอด โดยในหลายต่อหลายครั้งที่เมสซี่เจอกับมรสุมไม่ว่าจะเกี่ยวกับสโมสรบาเซโลน่า หรือทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ตาม เราก็มักจะเห็นมาราโดน่าออกมาพูดแก้ต่างให้อยู่เสมอ เรียกว่าในสายตาของมาราโดน่าแล้วเมสซี่ก็เหมือนลูกชายอีกคนหนึ่งของเค้าเลยก็ว่าได้

Read More

เชลซี ดองข้างสนามบ่อยเกินชิรูด์ชักนอยด์ปันใจเล่นลีกลุงแซม

แม้จะมีดีกรีเป็นถึงหัวหอกชุดแชมป์ฟุตบอลโลก2018กับทีมชาติฝรั่งเศส ทว่าโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ก็ยังมีเป็นได้เพียงนักเตะอะไหล่ของเชลซีเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้อดีตดาวยิงปืนใหญ่ชักไม่ปลื้มแล้วกำลังพิจารณาถึงโอกาสใหม่ๆที่อาจทำให้ได้กลับมาลงสนามอย่างสม่ำเสมออีกครั้ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ผู้เป็นกำลังสำคัญในการพาเชลซีคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกเมื่อซีซั่นก่อน ด้วยผลงานหนึ่งประตูกับอีกสองแอตซิสต์ในนัดชิงชนะเลิศที่เชลซีไล่อัดอาร์เซนอลไปหมดรูป4-1 ทว่าภายหลังจากที่สิงห์บลูก้าวเข้าสู่ยุคกุนซือใหม่นามว่าแฟรงค์ แลมพาดโอกาสลงสนามของชิรูด์ก็น้อยลงไป เนื่องจากเชลซีหันไปดันกองหน้าดาวรุ่งอย่างแทมมี่ อับบราฮัมแทน เป็นชนวนเหตุให้หัวหอกวัย32ปีเริ่มพิจารณาที่จะไปค้าแข้งในเมเจอร์ลีก ของประเทศสหรัฐอเมริกา ชิรูด์นักเตะ เชลซี อ้างมะกันใช้ภาษาอังกฤษที่ลูกพูดได้จึงเป็นตัวเลือกที่ดี ครอบครัวของโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ได้ย้ายมาอยู่ในแดนผู้ดีตั้งแต่ปี2012(สมัยย้ายมาเล่นให้อาร์เซนอล)ทำให้ลูกน้อยทั้งสองของเค้าต่างเรียนรู้ภาษาอังกฤษติดตัวไว้อยู่แล้ว “ เมเจอร์ลีกตอนนี้มีทั้งสลาตัน และรูนี่ นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเค้ามีมาตรฐานฟุตบอลที่เข้มข้นไม่แพ้ลีกอื่นๆในยุโรป มันเป็นช้อยส์ที่น่าสนใจนะ ยิ่งครอบครัวผมก็ใช้ภาษาอังกฤษกันจนคล่องแล้ว มันคงทำให้พวกเค้าไม่ต้องปรับตัวอะไรกันมาก แต่มันเป็นเรื่องของอนาคตที่ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ” ชิรูด์แจกแจงเหตุผล “ ผมอาจไม่ได้เล่นเป็นตัวจริงบ่อยนัก แต่ผมโอเค โค้ชบอกกับผมว่าเค้ายังต้องการผมอยู่ แต่เชลซีเพิ่งเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม นั่นทำให้มันต้องใช้เวลาในการปรับทีม ซึ่งผมมองว่าโอกาสก็ยังคงเปิดกว้างสำหรับผม ” เจ้าของผลงาน19ประตูกับเชลซีกล่าวอย่างมีหวัง แฟนบอลเชลซีจำนวนไม่น้อยที่เอาใจช่วยชิรูด์อยู่ตลอด เนื่องจากจัดเป็นนักเตะจอมทุ่มเท และมักจะทำประตูทีเด็ดทีขาดให้ทีมได้อยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงการยิงทีมเก่าอย่างอาร์เซนอลคู่แข่งร่วมเมืองลอนดอนจนพาเชลซีได้ชูถ้วยยูโรป้าลีก2018/19อย่างยิ่งใหญ่ แต่ด้วยอายุอานามที่ก้าวเข้าสู่เลขสาม(32ปี)แล้ว ในขณะที่แฟรงค์ แลมพาดหันมาผลักดันผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่มีอายุน้อยๆรวมทั้งแข้งเยาวชนจากอะคาเดมี่ก็ทำให้จำนวนการลงสนามของดาวเตะเลือดน้ำหอมลดน้อยลง โดยซีซั่นใหม่นี่ชิรูด์เพิ่งได้ลงเล่นออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับเชลซีไปเพียงสองนัดเท่านั้น อันได้แก่หนึ่งเกมในพรีเมียร์ลีก และอีกหนึ่งเกมในนัดชิงยูฟ่าซุปเปอร์คัพ  

Read More

ปีศาจเเดง สะดุ้ง“พระเจ้า”ประกาศขอแค่ผีเรียกหาข้าจะไปในทันใด!

สลาตัน อิบราฮิโมวิชหรือที่คอบอลชาวไทยยกให้เป็น“พระเจ้า”ของวงการลูกหนัง ได้แสดงความเมตตาต่อพลพรรคปีศาจเเดงอีกครั้ง ด้วยการออกตัวว่ามีความคิดที่จะจำแลงร่างมาอวตารในรูปลักษณ์ของผู้เล่นแมนยูอีกครั้งหากว่าทีมปีศาจแดงติดต่อเข้ามา “ ผมยังไม่รู้สึกแก่เลยนะ คุณดูประตูที่ผมยิงในลีก(เมเจอร์ลีก)ซิ จะให้กลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกยังได้เลย ลองให้แมนยูยื่นข้อเสนอมาซิ เราได้เจอกันแน่ ว่าแต่นี่ผมยังเป็นผู้เล่นแอลเอแกแล็กซี่อยู่หนิ โอ้ว!โทษที ผมลืมตัวไปหน่อย ที่จริงผมแค่จะบอกว่าคุณว่าอิบราฮิโมวิชสนุกกับเกมฟุตบอลในทุกๆที่ ตอนอยู่ฝรั่งเศสผมก็ยังสนุก,ตอนอยู่อังกฤษก็สนุก ยิ่งตอนนี้มาอยู่ที่อเมริกาผมก็ยิ่งสนุก ผมได้แชมป์มาตลอดชีวิตการค้าแข้ง(ได้แชมป์มาแล้ว33รายการ)แล้วตอนนี้ผมตั้งเป้าที่คว้าแชมป์ให้ได้ในลำดับที่34ที่นี่(เมเจอร์ลีก) ” หัวหอกจอมแกร่ง กล่าวทิ้งท้าย อิบราอดีตนักเตะ ปีศาจเเดง แย้มเคารพแอลเอแต่หมดสัญญาเมื่อไหร่ก็จะผจญภัยต่อ โดยที่มาของการถูกยกย่องให้เป็น“พระเจ้า”ของอิบราฮิโมวิชนั้นเกิดขึ้นเมื่อครั้งเจ้าตัวยังเป็นผู้เล่นปีศาจแดงอยู่นั่นเอง โดยในเวลานั้นมีนักข่าวได้ถามว่าพลพรรคเรดอาร์มที่มี“คิงกองโต้”(ชื่อเรียกคันโตน่า)อยู่แล้วนะ แล้วอิบราฮิโมวิชจะแทนที่ได้หรอ? ทว่าดาวเตะสวีดิชกลับยักไหล่ตอบไปว่า “ อ๋อไม่เป็นไรหรอก ผมไม่ได้มาเพื่อหวังเป็นคิง แต่ผมมาเพื่อเป็นพระเจ้าต่างหาก ” ซึ่งเป็นคำพูดที่โจษจันของแฟนบอลปีศาจแดงนับจนปัจจุบัน แม้อายุอานามจะก้าวเข้าสู่วัย37กะรัตแล้วทว่าสลาตัน อิบราฮิโมวิชก็ยังคงเล่นฟุตบอลได้ในมาตรฐานเดิม โดยซีซั่นนี้เค้ายิงให้แอลเอแกแล็กซี่ไปแล้ว22ประตูจากการลงสนาม22นัด สะท้อนให้เห็นว่ากาลเวลาไม่อาจแตะต้อง“พระเจ้า”ได้อย่างแท้จริง สุดท้ายอิบราฮิโมวิชยังได้แสดงท่าทีว่าเค้ายังไม่มีแพลนที่จะอำลาสนามในเร็วๆนี้ “ ผมเคารพสัญญากับแอลเอแน่นอน ฉะนั้นผมต้องการคว้าแชมป์กับแอลเอแกแล็กซี่ซักรายการ หลังจากนั้นก็ค่อยดูกันอีกทีว่าจะเอาไงต่อ บางทีผมอาจจะเลือกกลับไปอังกฤษก็ได้นะ ใครจะไปรู้ แต่ที่รู้แน่ๆคือผมยังไม่คิดเลิกเล่นฟุตบอลแน่ๆ ” ปัจจุบันแอลเอแกแล็กซี่รั้งอันดับ8ในศึกยูเอสเอ เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์และมีแต้มตามหลังลอสแองเจลิสทีมหัวตารางอยู่ถึง20คะแนนด้วยกัน

Read More

ยูเวนตุส สตาร์ทกำชัยประเดิมลีกเลี่ยนโดยไร้เดอลิกต์ในสนาม

แม้ทัพม้าลายจะยังไม่มีเมาริซิโอ ซารี่คุมทีมข้างสนามแต่พวกเค้าก็ยังบุกไปเฉือนชนะปาม่าได้1-0 จากผลงานการทำประตูของจอร์โจ้ คิเอลีนี่ปราการหลังจอมเก๋า แม้จะเป็นการประเดิมสามแต้มแรกของฤดูกาลได้อย่างน่าชื่นชม ทว่ามีสิ่งที่น่าสนใจก็คือยูเวนตุสเลือกใช้งานเลโอนาโด้ โบนุชชี่และจอร์โจ้ คิเอลีนี่เป็นคู่กองหลังตัวกลาง ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเค้าให้มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์กองหลังค่าตัวแพงไว้ข้างสนาม มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ได้รับความสนใจจากหลากหลายทีมในยุโรป ทว่าสุดท้ายก็เลือกปักใจไว้ที่ตูริน และทำให้ยูเวนตุสได้ตัวมาใช้งานด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึง75ล้านยูโร จนทำให้ยูเวนตุสกลายเป็นทีมที่น่าอิจฉาที่สุดในยุโรป เนื่องจากเดอ ลิกต์มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมากองหลังระดับแนวหน้าของยุโรป และถูกคาดหมายว่าจะก้าวมาเป็นตัวหลักในแผงหลังยูเวนตุสเนื่องจากกองหลังตัวเก่งอย่างงานเลโอนาโด้ โบนุชชี่และจอร์โจ้ คิเอลีนี่ต่างเริ่มโรยรากันแล้วทั้งคู่ เดอลิกต์รับต้องแกร่งกว่านี้ถึงจะคู่ควรกับการสตาร์ทให้ ยูเวนตุส ทว่านัดแรกของซีซั่น2019/20 มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์กลับออกสตาร์ทที่มานั่งสำรองจนทำให้เจ้าตัวแปลกใจ “ ในสนามวันนี้เป็นโบนุนชี่กับคิเอลีนี่ได้ลงเล่น พวกเค้าเล่นกันอย่างรู้ใจเพราะเล่นด้วยกันมานาน ผมจำเป็นต้องอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดที่จะทรอดแทรกพวกเค้า ผมกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆมันน่าผิดหวังเหมือนกันที่ไม่ได้ลงเล่น แต่ผมเป็นมืออาชีพผมปล่อยให้การเลือกผู้เล่นเป็นหน้าที่ของโค้ช ผมก็คงต้องเต็มที่ในการซ้อมต่อไป และหวังว่าจะได้ลงเล่นเกมแรกในกัลโช่เร็วๆนี้ ” “ ผมทำการบ้านทั้งในแง่แท็กติกและการสื่อสาร ผมลงคอร์สเรียนภาษาอิตาเลี่ยนแล้ว ผมมีเรียนแทบทุกวัน นั่นจะเป็นผลดีต่อทั้งตัวผมเองและทีมด้วย โชคดีที่สิ่งที่ยูเวนตุสคาดหวังก็แทบไม่ต่างกับที่อาแจกซ์ พวกเราเน้นการเคลื่อนไหวในทุกพื้นที่ไม่ว่าคุณเป็นแค่กองหลัง ซึ่งผมมั่นใจว่าผมจะสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้อย่างแน่นอน ” ดาวเตะวัย20กะรัตกล่าวทิ้งท้าย โดยมาต์ไตส์ เดอ ลิกต์เป็นกำลังสำคัญที่พาอาแจกซ์ อัมเตอร์ดัมทะลุถึงรอบถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก2018/19 โดยระหว่างทางทีมดังแดนกังหันได้ปราบทีมดังทั่วยุโรปไม่ว่าจะเป็นรีลมาดริด,เบนฟิก้า และยุเวนตุส

Read More

ลิเวอร์พูล แจงแล้วเหตุไฉนจึงตีนิ่งไม่ดึงตัวคูตี้กลับแอนฟิลด์

กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ลิเวอร์พูลเคยมีขวัญใจนามว่าฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ทว่าละครบทนี้ถูกเขียนมาแบบไม่แฮปปี้เอนดิ้งเพราะในที่สุดแล้วคูตินโญ่ได้ร้องขอขึ้นบัญชีขายแล้วย้ายไปเป็นนักเตะของบาร์เซโลน่า แล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป ทีมหงส์แดงภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คล็อปป์ก็ได้ปั้นโมฮัมเหม็ด ซาล่าให้กลายเป็นสตาร์ขวัญใจของสาวกเดอะค็อป ยิ่งไปกว่านั้นลิเวอร์พูลที่มีความพร้อมและลงตัวในทุกขุมกำลังสามารถลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างสนุก แม้สุดท้ายจะพลาดแชมป์เพราะมีแต้มน้อยกว่าแมนซิตี้เพียงคะแนนเดียว แต่สามารถคว้าแชมป์ถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาได้เป็นการปลอบใจ สวนทางกับฟิลิปเป้ คูตินโญ่ที่ถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ในถิ่นคัมป์นู แต่พอเอาเข้าจริงดาวเตะชาวบราซิลเลี่ยนกลับเล่นได้ไม่เด่นเหมือนตอนสวมยูนิฟอร์มสีแดง ทั้งยังต้องใช้เวลาไปกว่าครึ่งที่ม้านั่งสำรอง ซ้ำร้ายเมื่อย่างเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์คูตินโญ่มีข่าวว่าจะโดนบาซ่าจับเลหลังในหลากหลายรูปแบบ อาทิ เสนอตัวคูตี้บวกส่วนต่างเพื่อแลกซื้อเนย์มาร์,ปล่อยยืมตัวให้กับอาร์เซนอล หรือแม้แต่คำร่ำลือว่าจะขายอดีตขวัญใจเด็กหงส์คืนให้ลิเวอร์พูลด้วยราคาซุปเปอร์เซล(ถูกกว่าตอนซื้อ)แต่ในที่สุดคูตินโญ่ก็ลงเอยด้วยการถูกบาเยิร์นมิวนิคยืมตัวมาใช้งานเป็นเวลาหนึ่งปี คล็อปป์ผู่จัดการทีม ลิเวอร์พูล เปรียบสายน้ำไม่คืนกลับหงส์ลงตัวแล้วจึงตีเฉยใส่คูตี้    เจอร์เกน คล็อปป์ได้เปิดเผยถึงที่มาของการไม่ดึงตัวคูตินโญ่กลับมาใช้งาน “ มันมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการดึงตัวคูตี้กลับมาเล่นกับลิเวอร์พูลเหมือนกัน โชคไม่ดีที่ออปชั่นที่บาซ่าเสนอให้เรามันไม่เหมือนกับบาเยิร์นมิวนิค มันทำให้เราต้องคิดทบทวนว่าการดึงเค้ากลับมาบทบาทเค้าอยู่ตรงไหน แล้วมันจะคุ้มกับเม็ดเงินหรือเปล่า เรารู้ว่าคูตี้ทำอะไรได้ แต่แนวรุกของเราไม่ใช่ตำแหน่งที่มีปัญหา นั่นทำให้เราตอบกลับบาร์เซโลน่าไปว่าเราไม่มีเงินพอที่จะเจรจากับเรื่องนี้ เราใช้เงินกับเรื่องอื่นไปหมดแล้ว ” “ การลงเอยที่เยอรมันผมมองว่ามันเป็นอะไรที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์นะ คูตี้ก็จะได้กลับมาสนุกกับเกมฟุตบอลอีกครั้งในขณะที่บาเยิร์นก็ได้ผู้เล่นเสริมในตำแหน่งที่เค้าต้องการ เราได้แต่อวยพรให้คูตี้มีซีซั่นที่ดีกับบาเยิร์น ” อดีตเทรนเนอร์เสือเหลืองกล่าวส่งท้าย  

Read More